โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ(Cystitis , Urinary tract infection) อาการ สาเหตุและวิธีป้องกัน

กระเพาะปัสสาวะอักเสบเป็นโรคที่มักเกิดขึ้นกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชายเพราะผู้หญิงมีพฤติกรรมชอบอั้นฉี่มากกว่าและมีความยากลำบากในการหาสถานที่สำหรับถ่ายเบาได้ยากเมื่อเวลาออกไปธุระนอกบ้าน อีกทั้งสรีระร่างกายของผู้หญิงธรรมชาติได้ออกแบบมาให้ช่องทวารหนักกับอวัยวะเพศอยู่ใกล้กันมากกว่าของผู้ชายและพฤติกรรมการชำระล้างเมื่อถ่ายหนักเสร็จคือการเช็ดทวารหนักหากผู้หญิงเช็ดโดยการปาดจากข้างหลังมาข้างหน้าก็ทำให้มีโอกาสที่เชื้อโรคจะเข้าสู่ร่างกายทางอวัยวะเพศและลุกลามไปยังท่อปัสสาวะได้ง่าย

โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ (Cystitis , Urinary tract infection) จะมีการอักเสบที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียสามารถหลุดรอดเข้าไปถึงกระเพาะปัสสาวะได้และเนื่องจากผู้หญิงมีท่อปัสสาวะที่สั้นชอบอั้นฉี่เนื่องจากห้องน้ำนอกบ้านไม่สะอาดเท่าที่ควร (กลัวติดเชื้อโรค) จึงทำให้ผู้หญิงมีโอกาสเป็นโรคนี้ได้มากกว่าผู้ชาย สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบอยู่แล้วหากไม่ใส่ใจดูแลรักษาให้ถูกวิธีอาจเกิดการลุกลามของโรคไปยังอวัยวะใกล้เคียงได้เช่น ทำให้กรวยไตอักเสบและในผู้ป่วยเพศชายอาจทำให้ต่อมลูกหมากอักเสบได้

อาการของโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ จะปวดปัสสาวะบ่อยแต่จะฉี่ไม่ค่อยออกหรือฉี่กระปริบกระปรอย เมื่อถ่ายปัสสาวะเสร็จแล้วมักจะปวดท้องน้อยและได้รับความทรมานจากการปวดแสบท่อปัสสาวะอาจมีเลือดปนออกมาพร้อมกับปัสสาวะก็ได้ หากนำปัสสาวะมาตรวจจะพบเม็ดเลือดขาวมากกว่าปกติหรือถ้าโชคดีอาจตรวจพบเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุของการอักเสบด้วย

วิธีป้องกันโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ที่สำคัญคืออย่ามีพฤติกรรมอั้นฉี่โดยเด็ดขาด การกลั้นปัสสาวะจะทำให้เชื้อโรคมีโอกาสย้อนกลับไปสู่กระเพาะปัสสาวะและทำให้เกิดการอักเสบได้ง่ายและการเช็ดทำความสะอาดเมื่อถ่ายหนักเสร็จแล้วต้องเช็ดทำความสะอาดจากข้างหน้าปาดไปข้างหลัง อย่าเช็ดย้อนศรโดยเด็ดขาด (จะเพิ่มโอกาสติดเชื้อได้ง่าย) ให้ดื่มน้ำมากๆจะช่วยให้ร่างกายขับเชื้อโรคออกมาทางปัสสาวะได้และดูแลสุขอนามัยให้ดีอย่าปล่อยให้บริเวณอวัยวะเพศอับชื้นต้องดูแลให้แห้งและสะอาดอยู่เสมอ

ถึงแม้โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ( Cystitis , Urinary tract infection) จะมีโอกาสเกิดในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย แต่ยังไงก็ไม่ควรตั้งตนอยู่ในความประมาท หากเริ่มมีอาการของโรคให้รีบปรึกษาแพทย์เพื่อทำการรักษาให้หายขาดอย่าปล่อยให้เป็นโรคเรื้อรังโดยเด็ดขาดเพราะหากเกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคอื่นๆที่ร้ายแรงยิ่งกว่าและจะทำให้การรักษายากลำบากมากขึ้น  “ฉี่” ใครคิดว่าไม่สำคัญ….ไม่จริง

Both comments and pings are currently closed.

Comments are closed.