ความงามบนใบหน้าจะลดลงหากมีฝ้าปรากฏบนผิวหน้า ในบางรายหากเป็นฝ้ามากๆก็ทำให้หน้าตาดูน่าเกลียดไปเลยเพราะผิวหน้าไม่ขาวเรียบเนียนสวยใส สำหรับผู้ชายฝ้าคงไม่ใช่ปัญหาใหญ่แต่สำหรับผู้หญิงซึ่งเป็นเพศที่รักสวยรักงามแล้ว ฝ้าเพียงเล็กน้อยบนใบหน้าจะสร้างวิตกกังวลจนทำให้เครียดได้เลย เรามาดูกันว่าฝ้ามีสาเหตุมาจากอะไร สาเหตุที่สำคัญที่ทำให้เกิดฝ้ามี 2 สาเหตุหลักคือแสงแดดและความแปรปรวนของฮอร์โมนในร่างกาย เมื่อผิวหนังได้รับแสงแดดเซลส์ผลิตสีผิว(Melanin) จะดูดซับรังสีอัลตร้าไวโอเลต (Ultraviolet) เอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวหนังชั้นในได้รับอันตรายจากรังสีอัลตร้าไวโอเลตซึ่งเป็นหน้าที่ของเชลล์ผลิตผิวสี ฝ้าที่เกิดจากแสงแดดมักเกิดกับคนที่อายุมากกว่า 30 ปีขึ้นไปและสีของฝ้าจะเป็นสีน้ำตาลเข้ม สาเหตุของการเกิดฝ้าอีกสาเหตุคือฮอร์โมนที่แปรปรวนในร่างกาย หากฮอร์โมนในร่างกายทำงานตามปกติก็จะไม่มีผลอะไรกับการเกิดฝ้าแต่หากมีปัจจัยต่างๆเข้ามากระทบระหว่างการดำเนินชีวิตประจำวันของเราและส่งผลทำให้มีการแปรปรวนของฮอร์โมนในร่างกายเช่น ความเครียดจากการทำงาน หญิงที่อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์ ร่างกายที่เหนื่อยเกินไป ช่วงที่กำลังมีรอบเดือน ผลจากการใช้ยาบางชนิด การไหลเวียนของเลือดไม่ดี ฯลฯ ปัจจัยเหล่านี้จะทำให้ความสมดุลของฮอร์โมนเปลี่ยนไปจนทำให้เกิดฝ้าได้ วิธีป้องกันการเกิดฝ้าบนผิวหน้าทำได้โดยการรักษาสุขภาพให้ดีอยู่เสมอโดยกินอาหารที่มีประโยชน์โดยเฉพาะผักและผลไม้เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย พักผ่อนให้เพียงพออย่าเครียดกับการทำงานมากจนเกินไป หาเวลาออกกำลังกาย (Exercise) และพักผ่อนบ้าง อาจจะไปดูหนัง ฟังเพลง ร้องคาราโอเกะ รู้จักปล่อยวางเสียบ้าง ไม่เอางานกลับบ้านมาทำในวันหยุด หากิจกรรมที่ชอบทำเพื่อผ่อนคลายและบำรุงผิวหน้าเสียบ้างโดยการนวดหน้า-ลอกหน้าบ้างอาจเข้าร้านเสริมสวยหรือทำเองที่บ้านก็ได้ ที่สำคัญหากต้องออกทำกิจกรรมกลางแจ้งอย่าลืมทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงๆหน่อยเพื่อช่วยป้องกันอันตรายจากรังสีอัลตร้าไวโอเลตในแสงแดด ฝ้าจะจางหายไปและผิวหน้าจะดูดีขึ้นหากรู้จักการดูแลรักษาผิวหน้า แต่หากทำตามคำแนะนำแล้วยังมีฝ้าอยู่ก็อย่าได้นิ่งนอนใจเพราะฝ้าอาจเกิดจากสาเหตุอื่นดังนั้นควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังเพื่อหาสาเหตุและหาทางรักษาโดยเร็วเพราะหากปล่อยทิ้งไว้ให้เป็นฝ้านานๆ อาจทำให้ยากต่อการรักษาได้


June 6th, 2011
SC7
Posted in
Tags: