Archive for the ‘เพศศึกษา’ Category

เพศสัมพันธ์ในวัยเรียน (Sex in School) พฤติกรรมที่ต้องให้ความสนใจและหาทางป้องกัน

เรื่องเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน (Sex in School) เป็นเรื่องที่น่าตกใจเป็นอย่างมากเพราะปัจจุบันนี้เด็กนักเรียนจำนวนไม่น้อยที่มีความเห็นว่าการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียนเป็นเรื่องปกติธรรมดานั่นคือค่านิยมในเรื่องเพศสัมพันธ์ในวัยเรียนที่ไม่ถูกต้องกำลังเกิดขึ้นในสังคมไทย หากย้อนอดีตไปสักช่วงหนึ่งแค่เรื่องการทดลองอยู่กันก่อนแต่งของนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยก็เป็นเรื่องที่น่าห่วงมากพออยู่แล้วแต่ปัจจุบันนี้เรื่องเพศสัมพันธ์ได้ลุกลามเข้าไปในเด็กนักเรียนระดับมัธยมกันแล้วหรือว่าค่านิยมในสังคมไทยได้เปลี่ยนไปแล้วจริงๆ การที่เรื่องเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน เป็นสิ่งที่รับไม่ได้สำหรับสังคมไทยเพราะเป็นเรื่องที่ก่อให้เกิดปัญหาตามมาอีกมากมายเพราะเด็กนักเรียนที่เป็นวัยรุ่น (Teenage) ทั้งหลายยังไม่สามารถหาเงินเลี้ยงตัวเองได้พูดง่ายๆคือยังต้องแบมือขอเงินจากพ่อแม่อยู่แล้วจะรับผิดชอบต่อปัญหาที่จะเกิดตามมาได้อย่างไร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การตั้งครรภ์ในวัยเรียนอีกทั้งปัญหาการทำแท้ง ฯลฯ คนที่ยังไม่สามารถรับผิดชอบตัวเองได้หากเจอปัญหาต่างๆที่ต่อเนื่องจากการมีเพศสัมพันธ์แล้วจะแก้ปัญหาได้อย่างไร ปัญหาเหล่านี้ก็จะลุกลามต่อเนื่องไปจนเป็นปัญหาของสังคมโดยรวม แล้วเราจะหาทางป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียนได้อย่างไร สาเหตุของการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียนเกิดจากความอยากรู้อยากลองความคึกคะนองของเด็กวัยรุ่นที่เอาอย่างวัฒนธรรมตะวันตกเกี่ยวกับเรื่องฟรีเซ็กส์ (Free Sex) ที่แพร่เข้ามาในเมืองไทยตามสื่อต่างๆทำให้เกิดการเลียนแบบ อิทธิพลจากสื่อต่างๆทำให้เด็กวัยรุ่นเกิดการสับสนว่าการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียนเป็นการกระทำที่ไม่ผิดทั้งๆที่ยังไม่มีความรู้เรื่องเพศสัมพันธ์เลยด้วยซ้ำ เมื่อมีการเลียนแบบโดยขาดความรู้ความเข้าใจและการป้องกันตัวที่ดีพอก็ทำให้เกิดปัญหาต่างๆตามมาทั้งโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์และการทำแท้ง สาเหตุสำคัญอีกประการหนึ่งของเพศสัมพันธ์ในวัยเรียนคือการขาดความอบอุ่นในครอบครัวอันเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่บีบรัดตัวทำให้พ่อแม่ต้องตั้งหน้าตั้งตาหาเงินโดยไม่มีเวลาใกล้ชิดอบรมสั่งสอนแนะนำให้ลูกๆมีความคิดมีค่านิยมที่ถูกต้องและมีความรับผิดชอบรู้จักคิดให้รอบคอบก่อนทำอะไร วัยรุ่นเลยหันไปให้น้ำหนักกับเพื่อนฝูงแทนหากคบเพื่อนดีก็ถือว่าโชคดีไปแต่ส่วนมากเด็กวัยรุ่นมักจะพากันคึกคะนองอยากโชว์พาว ฯ จึงทำให้เกิดการชักจูงกันไปในทางที่ผิดเพราะเอ็งไม่รู้ข้าก็ไม่รู้ก็เลยพากันลองผิดลองถูกกว่าจะรู้ก็ถลำตัวลึกเสียแล้ว ดังนั้นการป้องกันปัญหาการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียนทำได้โดยให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องเพศสัมพันธ์แก่เด็กและที่สำคัญที่สุดคือความใกล้ชิดอบอุ่นระหว่างคนในครอบครัวจะเป็นเกราะป้องกันชั้นดีให้กับเด็กไม่ให้ทำเรื่องที่ผิดพลาด ความรักความอบอุ่นจากพ่อแม่ที่มีให้กับลูกสามารถเป็นภูมิคุ้มกันได้ทุกๆเรื่องไม่เฉพาะแต่เรื่องเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน (Sex in School)   เท่านั้น ที่สำคัญอย่าถือว่าเป็นหน้าที่หรือความรับผิดชอบของคนใดคนหนึ่งเท่านั้น  ขอให้คิดว่าเป็นหน้าที่ของทุกๆคนที่จะต้องร่วมมือกันเพื่อป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดขึ้นและทำให้สังคมไทยน่าอยู่

ควรให้ความรู้เรื่องเพศศึกษา (Sex Education) แก่ลูกเมื่อใด

โลกปัจจุบันมีพัฒนาการที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว เด็กๆจะมีพัฒนาการทางด้านความคิดและการรับรู้อะไรใหม่ๆ อย่างรวดเร็ว อีกทั้งสังคมรุ่นใหม่เช่นสังคมออนไลน์เป็นการเปิดโลกกว้างอีกโลกหนึ่งให้กับเด็กๆ หากพ่อแม่ไม่ควบคุมหรืออบรมให้เด็กเป็นคนที่มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ มีระเบียบวินัยและซื่อสัตย์อาจทำให้เด็กออกนอกลู่นอกทางได้โดยเฉพาะการให้ความรู้เรื่องเพศศึกษา (Sex Education) แก่ลูกๆ หากจะถามว่าควรให้ความรู้เรื่องเพศศึกษาแก่ลูกเมื่อใด คำถามนี้ไม่มีคำตอบที่ตายตัวเนื่องจากเด็กแต่ละคนมีพัฒนาการที่ไม่เท่ากัน บางคนพัฒนาการเร็ว (รู้มาก) แต่บางคนก็พัฒนาการช้า (สมองทึบ) ดังนั้นควรสังเกตลูกๆของคุณให้ดีและให้ความใกล้ชิดกับลูกๆของคุณแล้วคุณจะรู้เองเมื่อเด็กเริ่มมีคำถามเกี่ยวกับเรื่องเพศ พยามยามเป็นกันเองกับลูกๆให้เขาสามารถเข้าถึงและปรึกษาได้ทุกๆเรื่อง เมื่อเขามีปัญหาหรือข้อสงสัยอะไรก็จะมาถามและเล่าให้ฟังอาจจะเล่าให้ฟังเฉยๆหรือขอคำแนะนำ หากคนที่เป็นพ่อแม่มีความเอาใจใส่ลูกๆย่อมสังเกตได้และรู้ได้ด้วยตัวเองว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องให้ความรู้เรื่องเพศศึกษากับลูกๆ การให้ความรู้เรื่องเพศศึกษา (Sex Education) แก่เด็กๆ อาจเป็นลักษณะของการตอบคำถามที่เด็กสงสัยโดยพิจารณาถึงวัยของเขาด้วยว่าเขาควรจะรู้เรื่องเพศศึกษาละเอียดเพียงใด เพื่อป้องกันความสับสนควรเลี่ยงที่จะพูดในส่วนของรายละเอียดแต่ควรตอบในลักษณะที่ว่าเพศศึกษาเป็นเรื่องที่คนสองคนเกิดความพึงพอใจและปรารถนาที่จะอยู่ใกล้ชิดกันมากกว่าเพื่อนธรรมดา ไม่จำเป็นต้องเน้นรายละเอียดให้มากก็ได้แต่เมื่อเด็กโตพอที่จะรับรู้ได้แล้วจึงค่อยบอกรายละเอียดให้ฟัง ให้ความรู้เรื่องเพศศึกษากับลูกของคุณให้เหมือนกับน้ำซึมบ่อทราย นั่นคือสอนหรือเล่าให้ฟังแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่จำเป็นต้องบอกรายละเอียดให้หมดในคราวเดียว คุณควรรอให้ลูกถามถึงเรื่องนั้นๆก่อนหากถามลึกลงไปจนถึงข้อปลีกย่อยแล้วคุณค่อยอธิบายเป็นเรื่องๆโดยเฉพาะไป บ่อยครั้งที่เด็กมีการสัมผัสกับอวัยวะเพศของตัวเองซึ่งถือเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่พ่อแม่ไม่ควรกังวลหรือตีโพยตีพายไป เด็กจะเกิดความสงสัยว่าแค่จับจู๋ (น้องชาย) หรือจิ๋ม (น้องสาว) ของตัวเองทำไมพ่อแม่ต้องทำเป็นเรื่องใหญ่โตไปได้ สิ่งที่ควรทำคือบอกให้เขาทราบว่านั่นเป็นสิ่งที่ควรจะทำเมื่ออยู่เป็นการส่วนตัวจะเหมาะกว่า เรื่องเพศศึกษาพ่อแม่ต้องอธิบายควบคู่ไปกับเรื่องความผูกพันและความรัก เป็นเรื่องที่ต้องเดินทางไปพร้อมกับความสัมพันธ์ทางใจด้วยไม่ใช่เป็นเรื่องของการปฏิบัติทางกายเพียงอย่างเดียวแต่เพศศึกษาต้องเกิดจากความรัก ความผูกพันจนถึงการแต่งงานและมีครอบครัวอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ขณะที่กำลังอธิบายเรื่องเพศศึกษาให้กับลูกควรเรียกชื่ออวัยวะของร่างกายนั้นๆให้ถูกต้องตามความเป็นจริง อย่าใช้คำแสลงหรือคำอื่นๆมาแทนอวัยวะที่เกี่ยวกับเพศในขณะที่อธิบายเรื่องเพศศึกษาให้แก่ลูกเพราะจะทำให้เด็กเกิดความสับสนมากกว่าความเข้าใจ พ่อแม่ควรเตรียมพร้อมอยู่เสมอที่จะคุยและอธิบายเรื่องเพศศึกษาแก่ลูก อย่าบ่ายเบี่ยงที่จะคุยเรื่องเพศศึกษา (Sex Education) กับลูก จงให้คำตอบโดยอธิบายให้เด็กเข้าใจอย่าปล่อยให้เขาคิดว่าเขาทำผิดอะไรทำไมพ่อแม่จึงไม่ให้คำตอบแก่เขาหรือทำให้เขารู้สึกว่าเรื่องเพศศึกษาเป็นเรื่องที่สกปรกไม่ควรกล่าวถึง การสร้างความผูกพันและความเข้าใจกับลูกเป็นสิ่งดีที่ทำให้ลูกๆกล้าเข้าหาพ่อแม่และคุยกับพ่อแม่อย่างเปิดเผยได้ทุกๆเรื่อง เมื่อเขามีปัญหาเขาก็จะเข้ามาถามคุณย่อมดีกว่าที่คุณบ่ายเบี่ยงไม่ให้คำตอบให้เขาหายสงสัยแต่กลับให้เขาไปหาคำตอบจากที่อื่นนั่นจะเป็นความผิดพลาดของพ่อแม่ที่ไม่ควรปล่อยให้เกิดขึ้นกับครอบครัว

การป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (Sexually transmitted disease)

ความรักเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เสมอและเป็นสิ่งที่สวยงามแต่ความรักส่วนมากมักจะตามมาด้วยการมีเพศสัมพันธ์ (Sex) เสมอซึ่งอาจถือเป็นเรื่องปกติของทุกคู่รัก ไม่ว่าจะเป็นความรักระหว่างชายจริงหญิงแท้หรือชายเทียมหญิงเทียมก็ตามเมื่อมีความรักความใกล้ชิดเกิดขึ้นมักมีเรื่องของเพศสัมพันธ์ตามมา หากพิจารณาถึงความเหมาะสมแล้วถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควรแต่หากปล่อยให้เกิดการมีเพศสัมพันธ์โดยขาดความรู้ความเข้าใจในการระมัดระวังป้องกันตัวเองแล้วปัญหาต่างๆที่จะเกิดขึ้นตามมาจะมีมากมายนัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการตั้งครรภ์เมื่อยังไม่พร้อม ท้องก่อนแต่งและที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพคือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (Sexually transmitted disease) ที่พบได้บ่อยเช่น หนองใน ซิฟิลิส แผลริมอ่อนและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เป็นอันตรายถึงชีวิตคือโรคเอดส์ (AIDS) สาเหตุส่วนใหญ่ของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มักเกิดจากพฤติกรรมการมีเพศสัมพันธ์ที่ชอบเปลี่ยนคู่นอนบ่อยและขาดการป้องกันตัวเองที่ดีพอ ที่สำคัญอีกสาเหตุหนึ่งคือการขาดสติจากการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทำให้เกิดความคึกคะนองและประมาทจนไม่ได้ป้องกันตนเองที่ดีพอก่อนจะมีเพศสัมพันธ์ โรคเหล่านี้เกิดขึ้นได้ทั้งในเพศชายและหญิงขณะมีเพศสัมพันธ์โดยที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีเชื้อกามโรคอยู่ในน้ำเมือก น้ำอสุจิและเยื่อบุต่างๆ เมื่อมีเพศสัมพันธ์จะเกิดการเสียดสีกับผนังและเยื่อบุทำให้เกิดการถลอกหรือบาดแผลบริเวณอวัยวะเพศก็จะเป็นช่องทางให้เกิดการถ่ายเทเชื้อโรคระหว่างคู่นอนได้ การให้ความรู้ที่ถูกต้องไม่ได้สนับสนุนให้มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรแต่เพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ซึ่งทำได้โดยปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้คือวิธีป้องกันที่ดีที่สุดและได้ผลมากที่สุดจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์คือการไม่มีเพศสัมพันธ์เลย (No Sex) แต่หากทำไม่ได้และจำเป็นต้องมีเพศสัมพันธ์ก็ต้องรู้จักการป้องกันตนเอง วิธีที่ง่ายและสะดวกที่สุดคือการใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งหากจะมีเพศสัมพันธ์และควรศึกษาวิธีการใช้ถุงยางอนามัยให้เข้าใจและใช้ได้อย่างถูกต้องซึ่งคนส่วนมากคิดว่าการใช้ถุงยางอนามัยเป็นเรื่องง่ายแต่พอถึงเวลาที่เข้าด้ายเข้าเข็มจริงๆกลับทำอะไรไม่ถูกจนทำให้ขาดการป้องกันตนเองที่ดีพอ ไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ คือให้มีรักเดียวใจเดียวมีสามี-ภรรยาคนเดียวนอกจากจะไม่ก่อให้เกิดปัญหาครอบครัวแล้วยังช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้อีกทางหนึ่งด้วย หากจะพูดกันตามภาษาชาวบ้านนั่นคือ “ไม่สำส่อน” นั่นเอง สังคมไทยควรหันมาช่วยกันสร้างค่านิยมที่ดีและไม่สนับสนุนการมีเพศสัมพันธ์กับคนที่ไม่ใช่สามี-ภรรยาของตนเอง อย่าตั้งตนอยู่ในความประมาทให้มีความรักครอบครัวสร้างครอบครัวที่อบอุ่นให้เป็นภูมิคุ้มกันคนในครอบครัวจากปัญหาต่างๆรวมทั้งปัญหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ด้วย ปัญหาอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์คือการมีเพศสัมพันธ์เมื่ออายุยังน้อยโอกาสที่จะติดโรคก็สูงเนื่องจากไม่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องเพศสัมพันธ์รวมทั้งการด้อยประสบการณ์ทำให้ขาดการยับยั้งชั่งใจจนขาดการป้องกันตัวเองทำให้ติดโรคได้โดยง่าย นอกจากนี้การใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่นเช่น ผ้าเช็ดตัว ผ้าเช็ดหน้า กางเกงใน ฯลฯ ก็เป็นสาเหตุให้เกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ง่ายเช่นกัน ดังนั้นควรงดเว้นจากการกระทำดังกล่าวข้างต้น การมีเพศสัมพันธ์ระหว่างมีประจำเดือนก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเพราะช่วงที่ผู้หญิงมีประจำเดือนจะมีร่างกายที่อ่อนแอกว่าปกติ หากมีเพศสัมพันธ์ในช่วงนี้จะทำให้มีโอกาสติดเชื้อโรคได้ง่ายและหากคิดจะเปลี่ยนไปมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักแทน (Anal Sex ) ก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งเพราะเป็นสิ่งที่ผิดธรรมชาติผิดหน้าที่คือช่องทวารหนักมีไว้สำหรับการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายซึ่งมีเชื้อแบคทีเรียอยู่เป็นจำนวนมากและช่องทวารหนักก็ไม่มีน้ำหล่อลื่นหากมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักการเสียดสีที่ไม่มีน้ำหล่อลื่นจะทำให้เกิดแผลถลอกและมีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย การป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (Sexually transmitted disease) ทำได้โดยการให้ความรู้ที่ถูกต้องในเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ให้รู้จักการป้องกันตนเองหากจะมีเพศสัมพันธ์ ที่สำคัญกว่าคือการเตือนให้มีสติและการยับยั้งชั่งใจที่ดีพอ ให้ตระหนักถึงผลของการมีเพศสัมพันธ์ที่ขาดความรู้ความเข้าใจ ให้รู้จักคิดก่อนทำไม่ใช่หน้ามืดทำไปแล้วมาหาทางแก้ไขปัญหาภายหลัง [...]