โรคกระเพาะอาหาร (Peptic Ulcer) เป็นโรคที่ผู้ป่วยต้องทนทรมานกับการปวดท้องเป็นอย่างมาก คงเคยได้ยินคำพูดเหล่านี้ที่ว่า ปวดท้องบ่อยๆ อิ่มก็ปวดหิวก็ปวดสงสัยจะเป็นโรคกระเพาะ กินเหล้าตอนท้องว่างจะทำให้เป็นโรคกระเพาะอาหาร อย่าเครียดมากเดี๋ยวจะเครียดลงกระเพาะนะ หากสังเกตให้ดีแล้วคำพูดเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงสาเหตุและพฤติกรรมที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะอาหาร อันที่จริงแล้วมีสาเหตุจำนวนมากที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะแต่ก็สามารถสรุปออกมาได้เป็นข้อๆดังนี้คือ 1. พฤติกรรมกินอาหารไม่เป็นเวลา 2. มีความเครียดวิตกกังวลจากเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว 3. การกินอาหารที่มีรสจัดทั้งหวาน เค็ม มัน เปรี้ยวและโดยเฉพาะรสเผ็ดจัด 4. การกินยาบางชนิดที่แก้ปวดชนิดเฉียบพลัน ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาสเตียรอยด์ ฯลฯ 5. ดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์ซึ่งจะทำให้เกิดกรดในกระเพาะอาหารมาก 6. สูบบุหรี่จัดก็เป็นสาเหตุของโรคได้ อาการของโรคกระเพาะอาหาร (Peptic Ulcer) ที่สำคัญคือจุกเสียด ปวดท้อง แน่นท้อง อาการเหล่านี้จะเป็นๆหายๆแบบเรื้อรัง บางรายอาจจะปวดท้องเมื่อหิวหรือปวดท้องหลังจากกินอิ่มแล้ว ส่วนอาการอื่นๆเช่น เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ปวดท้องอย่างรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน ถ้ามีอาการเหล่านี้ควรรีบไปพบแพทย์ด่วน วิธีการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคกระเพาะอาหาร เนื่องจากโรคกระเพาะมีสาเหตุจากปริมาณกรดในกระเพาะอาหารที่มากเกินไปทำให้กรดนั้นกัดผนังกระเพาะจนเป็นแผลและเกิดการอักเสบจึงทำให้มีอาการปวดท้องดังนั้นต้องพิจารณาดูว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้เกิดกรดในกระเพาะอาหารของคุณมากจนปวดท้องเช่น ทำงานจนลืมกินข้าวหรือกินข้าวไม่เป็นเวลา เมื่อถึงเวลากินอาหารแล้วร่างกายได้ขับน้ำย่อยออกมาเพื่อเตรียมย่อยอาหารแต่อาหารกลับไม่มาตามนัด น้ำย่อยจึงต้องย่อยผนังกระเพาะอาหารโดยไม่ได้ตั้งใจ หากเป็นเช่นนี้คุณควรปรับพฤติกรรมเรื่องการกินอาหารให้ตรงเวลาหรือถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็ให้หาของกินเล่นเช่นขนมปังหรือแซนด์วิชมารองท้องก่อนเป็นต้น หากสาเหตุของโรคกระเพาะอาหารเกิดจากการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีน(กาแฟ-ชา) มากเกินไปทำให้เกิดการกระตุ้นให้กระเพาะอาหารมีกรดมาก จึงต้องปรับพฤติกรรมการกินชา-กาแฟหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ให้เหมาะสมขึ้น ส่วนการกินยาแก้ปวดและคลายกล้ามเนื้อหรือการกินอาหารรสจัดควรทำแต่พอดีเช่นกัน หากไม่จำเป็นอย่าซื้อยามากินเองให้ซื้อและกินยาตามคำสั่งแพทย์เพราะยาบางชนิดเช่นยาแก้ปวดชนิดเฉียบพลันบางตัวจะมีฤทธิ์ในการกัดกระเพาะอาหารจึงต้องใช้ด้วยความระมัดระวังหรือตามคำสั่งแพทย์ [...]
Archive for the ‘โรคภัยไข้เจ็บ’ Category
โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ(Cystitis , Urinary tract infection) อาการ สาเหตุและวิธีป้องกัน
June 24th, 2011
SC7 กระเพาะปัสสาวะอักเสบเป็นโรคที่มักเกิดขึ้นกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชายเพราะผู้หญิงมีพฤติกรรมชอบอั้นฉี่มากกว่าและมีความยากลำบากในการหาสถานที่สำหรับถ่ายเบาได้ยากเมื่อเวลาออกไปธุระนอกบ้าน อีกทั้งสรีระร่างกายของผู้หญิงธรรมชาติได้ออกแบบมาให้ช่องทวารหนักกับอวัยวะเพศอยู่ใกล้กันมากกว่าของผู้ชายและพฤติกรรมการชำระล้างเมื่อถ่ายหนักเสร็จคือการเช็ดทวารหนักหากผู้หญิงเช็ดโดยการปาดจากข้างหลังมาข้างหน้าก็ทำให้มีโอกาสที่เชื้อโรคจะเข้าสู่ร่างกายทางอวัยวะเพศและลุกลามไปยังท่อปัสสาวะได้ง่าย โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ (Cystitis , Urinary tract infection) จะมีการอักเสบที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียสามารถหลุดรอดเข้าไปถึงกระเพาะปัสสาวะได้และเนื่องจากผู้หญิงมีท่อปัสสาวะที่สั้นชอบอั้นฉี่เนื่องจากห้องน้ำนอกบ้านไม่สะอาดเท่าที่ควร (กลัวติดเชื้อโรค) จึงทำให้ผู้หญิงมีโอกาสเป็นโรคนี้ได้มากกว่าผู้ชาย สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบอยู่แล้วหากไม่ใส่ใจดูแลรักษาให้ถูกวิธีอาจเกิดการลุกลามของโรคไปยังอวัยวะใกล้เคียงได้เช่น ทำให้กรวยไตอักเสบและในผู้ป่วยเพศชายอาจทำให้ต่อมลูกหมากอักเสบได้ อาการของโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ จะปวดปัสสาวะบ่อยแต่จะฉี่ไม่ค่อยออกหรือฉี่กระปริบกระปรอย เมื่อถ่ายปัสสาวะเสร็จแล้วมักจะปวดท้องน้อยและได้รับความทรมานจากการปวดแสบท่อปัสสาวะอาจมีเลือดปนออกมาพร้อมกับปัสสาวะก็ได้ หากนำปัสสาวะมาตรวจจะพบเม็ดเลือดขาวมากกว่าปกติหรือถ้าโชคดีอาจตรวจพบเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุของการอักเสบด้วย วิธีป้องกันโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ที่สำคัญคืออย่ามีพฤติกรรมอั้นฉี่โดยเด็ดขาด การกลั้นปัสสาวะจะทำให้เชื้อโรคมีโอกาสย้อนกลับไปสู่กระเพาะปัสสาวะและทำให้เกิดการอักเสบได้ง่ายและการเช็ดทำความสะอาดเมื่อถ่ายหนักเสร็จแล้วต้องเช็ดทำความสะอาดจากข้างหน้าปาดไปข้างหลัง อย่าเช็ดย้อนศรโดยเด็ดขาด (จะเพิ่มโอกาสติดเชื้อได้ง่าย) ให้ดื่มน้ำมากๆจะช่วยให้ร่างกายขับเชื้อโรคออกมาทางปัสสาวะได้และดูแลสุขอนามัยให้ดีอย่าปล่อยให้บริเวณอวัยวะเพศอับชื้นต้องดูแลให้แห้งและสะอาดอยู่เสมอ ถึงแม้โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ( Cystitis , Urinary tract infection) จะมีโอกาสเกิดในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย แต่ยังไงก็ไม่ควรตั้งตนอยู่ในความประมาท หากเริ่มมีอาการของโรคให้รีบปรึกษาแพทย์เพื่อทำการรักษาให้หายขาดอย่าปล่อยให้เป็นโรคเรื้อรังโดยเด็ดขาดเพราะหากเกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคอื่นๆที่ร้ายแรงยิ่งกว่าและจะทำให้การรักษายากลำบากมากขึ้น “ฉี่” ใครคิดว่าไม่สำคัญ….ไม่จริง
โรคภูมิแพ้ (Allergy) อาการ สาเหตุและวิธีป้องกันโรคภูมิแพ้
June 23rd, 2011
SC7 ระบบภูมิคุ้มกันเป็นกลไกของร่างกายที่มหัศจรรย์ยิ่ง เวลาที่มีสิ่งแปลกปลอมหรือสารที่ก่อให้เกิดการแพ้เข้าสู่ร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกันจะแสดงปฏิกิริยาต่อต้านให้เห็นโดยการปล่อยสารฮีสตามีน (Histamine) ออกมาทำให้เป็นผื่นแดง คันขึ้นบนตำแหน่งที่มีสารแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกายแล้วไปกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ทำหน้าที่ของมันเพื่อป้องกันสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย โรคภูมิแพ้ (Allergy) จะมีอาการคือเกิดเป็นลมพิษ รอยนูน บวมเป็นปื้นบริเวณผิวหนังที่เกิดอาการ ทำให้คัน แสบร้อน ผู้ป่วยที่มีอาการภูมิแพ้บางรายอาจหายได้เองภายในเวลา 24 ชั่วโมงแต่บางรายก็อาจเกิดอาการชนิดเรื้อรังอยู่หลายวัน พอผื่นแดงที่เป็นแผลแห้งหายไปก็จะกลายเป็นเกล็ดที่ผิวหนังจะทำให้เกิดอาการคัน บริเวณผิวหนังเป็นที่อยู่ของมาสต์เซลล์ (Mast Cell) ซึ่งภายในจะมีสารภูมิคุ้มกันที่เป็นตัวป้องกันภัยให้แก่เรา แต่ถ้าภายในมาสต์เซลล์มีสารภูมิคุ้มกันมากไปจะทำให้เกิดผลเสียคือร่างกายมีการตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอกอย่างเร็ว เมื่อถูกกระตุ้นจากสิ่งแปลกปลอมก็จะมีการปล่อยสารฮีสตามีนออกมาจนเกิดการเป็นลมพิษทำให้ผิวหนังบวมแดงได้ หลอดเลือดแดงฝอยที่อยู่บริเวณใต้ผิวหนังจะถูกสารฮีสตามีนกระตุ้นทำให้เลือดซึมผ่านไปยังเนื้อเยื่อต่างๆได้ เม็ดเลือดขาว (leukocyte) ก็จะทำหน้าที่กำจัดสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในร่างกายและทำการต่อต้านสิ่งแปลกปลอมดังกล่าวทำให้มีอาการแสบร้อน คัน บวม แดงบริเวณผิวหนังที่มีอาการ สารภูมิแพ้หรือปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้มีได้หลากหลายตั้งแต่อาหาร เครื่องปรุงอาหาร สภาพอากาศที่ร้อนเกินไป หนาวเกินไป ยาบางชนิด พิษของสัตว์หรือแมลงต่างๆ อย่างที่บอกแล้วว่าการจะแพ้สารอะไรนั้นจะแตกต่างกันไปเฉพาะบุคคล ดังนั้นผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ต้องพยายามหาสาเหตุนั้นให้เจอแล้วพยายามหลีกเลี่ยงอย่าเข้าใกล้หรือสัมผัสกับสารที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้นั้น สารภูมิแพ้ทำให้เกิดลมพิษ (Urticaria, Hives) แต่การที่จะหาว่าร่างกายแพ้อะไรหรืออะไรคือสารภูมิแพ้จนทำให้เกิดลมพิษนั้นยังเป็นการยากที่จะหาคำตอบให้ได้โดยเร็วเพราะสภาพร่างกายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะแพ้สิ่งที่ไม่น่าแพ้สำหรับคนอื่นๆ ดังนั้นวิธีป้องกันโรคภูมิแพ้ต้องอาศัยความช่างสังเกตของผู้ป่วยเองว่าโรคภูมิแพ้จะเกิดอาการเมื่อสัมผัสหรือทำกิจกรรมอะไร บางคนอาจจะเกิดอาการแพ้เมื่อสัมผัสกับโลหะบางชนิดคือแพ้โลหะเงินหรือโลหะทอง บางคนอาจจะแพ้ฝุ่นละออง ฯลฯ แล้วแต่ว่าสภาพร่างกายจะแพ้ต่อสิ่งกระตุ้นชนิดไหน วิธีรักษาโรคภูมิแพ้ โดยทั่วไปอาการแพ้ (ลมพิษ) จะหายไปเองในเวลาไม่นาน วิธีรักษาจึงทำได้เพียงพยายามผ่อนหนักให้เป็นเบาคือเมื่อมีอาการแพ้ผิวหนังแดงเป็นผื่น ปวดแสบปวดร้อนก็บรรเทาด้วยการทายาคาลาไมล์หรืออาจจะใช้สมุนไพรที่มีคุณสมบัติแก้อาการผื่นคันเช่นใบชะพลูมาบดผสมกับเหล้าโรงแล้วทาบรรเทาอาการแพ้จะช่วยให้ผิวหนังที่เกิดอาการแพ้เย็นลงและหายคันได้ วิธีรักษาโรคภูมิแพ้ให้หายขาดไม่สามารถทำได้เนื่องจากมีสาเหตุมาจากภายในร่างกายแพ้ต่อสิ่งแปลกปลอม [...]


Posted in
Tags: