โรคภูมิแพ้ (Allergy) อาการ สาเหตุและวิธีป้องกันโรคภูมิแพ้

ระบบภูมิคุ้มกันเป็นกลไกของร่างกายที่มหัศจรรย์ยิ่ง เวลาที่มีสิ่งแปลกปลอมหรือสารที่ก่อให้เกิดการแพ้เข้าสู่ร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกันจะแสดงปฏิกิริยาต่อต้านให้เห็นโดยการปล่อยสารฮีสตามีน (Histamine) ออกมาทำให้เป็นผื่นแดง คันขึ้นบนตำแหน่งที่มีสารแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกายแล้วไปกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ทำหน้าที่ของมันเพื่อป้องกันสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย

โรคภูมิแพ้ (Allergy) จะมีอาการคือเกิดเป็นลมพิษ รอยนูน บวมเป็นปื้นบริเวณผิวหนังที่เกิดอาการ ทำให้คัน แสบร้อน ผู้ป่วยที่มีอาการภูมิแพ้บางรายอาจหายได้เองภายในเวลา 24 ชั่วโมงแต่บางรายก็อาจเกิดอาการชนิดเรื้อรังอยู่หลายวัน พอผื่นแดงที่เป็นแผลแห้งหายไปก็จะกลายเป็นเกล็ดที่ผิวหนังจะทำให้เกิดอาการคัน  บริเวณผิวหนังเป็นที่อยู่ของมาสต์เซลล์ (Mast Cell) ซึ่งภายในจะมีสารภูมิคุ้มกันที่เป็นตัวป้องกันภัยให้แก่เรา แต่ถ้าภายในมาสต์เซลล์มีสารภูมิคุ้มกันมากไปจะทำให้เกิดผลเสียคือร่างกายมีการตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอกอย่างเร็ว เมื่อถูกกระตุ้นจากสิ่งแปลกปลอมก็จะมีการปล่อยสารฮีสตามีนออกมาจนเกิดการเป็นลมพิษทำให้ผิวหนังบวมแดงได้

หลอดเลือดแดงฝอยที่อยู่บริเวณใต้ผิวหนังจะถูกสารฮีสตามีนกระตุ้นทำให้เลือดซึมผ่านไปยังเนื้อเยื่อต่างๆได้ เม็ดเลือดขาว (leukocyte) ก็จะทำหน้าที่กำจัดสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในร่างกายและทำการต่อต้านสิ่งแปลกปลอมดังกล่าวทำให้มีอาการแสบร้อน คัน บวม แดงบริเวณผิวหนังที่มีอาการ สารภูมิแพ้หรือปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้มีได้หลากหลายตั้งแต่อาหาร เครื่องปรุงอาหาร สภาพอากาศที่ร้อนเกินไป หนาวเกินไป ยาบางชนิด พิษของสัตว์หรือแมลงต่างๆ อย่างที่บอกแล้วว่าการจะแพ้สารอะไรนั้นจะแตกต่างกันไปเฉพาะบุคคล ดังนั้นผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ต้องพยายามหาสาเหตุนั้นให้เจอแล้วพยายามหลีกเลี่ยงอย่าเข้าใกล้หรือสัมผัสกับสารที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้นั้น

สารภูมิแพ้ทำให้เกิดลมพิษ (Urticaria, Hives) แต่การที่จะหาว่าร่างกายแพ้อะไรหรืออะไรคือสารภูมิแพ้จนทำให้เกิดลมพิษนั้นยังเป็นการยากที่จะหาคำตอบให้ได้โดยเร็วเพราะสภาพร่างกายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะแพ้สิ่งที่ไม่น่าแพ้สำหรับคนอื่นๆ ดังนั้นวิธีป้องกันโรคภูมิแพ้ต้องอาศัยความช่างสังเกตของผู้ป่วยเองว่าโรคภูมิแพ้จะเกิดอาการเมื่อสัมผัสหรือทำกิจกรรมอะไร บางคนอาจจะเกิดอาการแพ้เมื่อสัมผัสกับโลหะบางชนิดคือแพ้โลหะเงินหรือโลหะทอง บางคนอาจจะแพ้ฝุ่นละออง ฯลฯ แล้วแต่ว่าสภาพร่างกายจะแพ้ต่อสิ่งกระตุ้นชนิดไหน

วิธีรักษาโรคภูมิแพ้ โดยทั่วไปอาการแพ้ (ลมพิษ) จะหายไปเองในเวลาไม่นาน วิธีรักษาจึงทำได้เพียงพยายามผ่อนหนักให้เป็นเบาคือเมื่อมีอาการแพ้ผิวหนังแดงเป็นผื่น ปวดแสบปวดร้อนก็บรรเทาด้วยการทายาคาลาไมล์หรืออาจจะใช้สมุนไพรที่มีคุณสมบัติแก้อาการผื่นคันเช่นใบชะพลูมาบดผสมกับเหล้าโรงแล้วทาบรรเทาอาการแพ้จะช่วยให้ผิวหนังที่เกิดอาการแพ้เย็นลงและหายคันได้

วิธีรักษาโรคภูมิแพ้ให้หายขาดไม่สามารถทำได้เนื่องจากมีสาเหตุมาจากภายในร่างกายแพ้ต่อสิ่งแปลกปลอม ดังนั้นวิธีป้องกันน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดโดยการสังเกตหาสาเหตุให้พบว่าผู้ป่วยแพ้อะไรแล้วพยายามหลีกเลี่ยงจากสิ่งที่ตัวเองแพ้อาการแพ้ก็จะไม่เกิดขึ้น ถึงแม้จะไม่หายขาดแต่หากรู้จักระมัดระวังตัวก็จะช่วยให้ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ไม่ต้องทุกข์ทรมานกับโรคภูมิแพ้ (Allergy) มากนัก

โรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus) สาเหตุ อาการและวิธีป้องกัน

ที่มาของชื่อโรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus) เป็นอย่างไร โรคเบาหวานจะเรียกชื่อตามอาการของโรค การถ่ายปัสสาวะจะถือว่าเป็นการถ่ายเบา ดังนั้นถ้าปัสสาวะที่คุณขับถ่ายออกมาถูกมดมาตอมแสดงว่าในปัสสาวะของคุณมีน้ำตาลผสมอยู่ ความจริงน่าจะเรียกว่า ปัสสาวะหวานมากกว่า นั่นคือปริมาณน้ำตาลในร่างกายมีมากเกินไปและร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้ได้อย่างสมบูรณ์ทำให้ในเลือดมีระดับน้ำตาลสูงกว่าปกติจนถูกขับออกมาพร้อมกับปัสสาวะแสดงให้เห็นถึงความผิดปกติของร่างกาย

สาเหตุของโรคเบาหวานที่ทำให้มีน้ำตาลในเลือดสูงอาจเกิดจากสาเหตุ 2 ประการคือ ความบกพร่องในหน้าที่ของตับอ่อนและร่างกายผลิตฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) ที่มีคุณภาพไม่ดีพอ อธิบายได้ว่าตับอ่อนมีหน้าที่ในการผลิตฮอร์โมนอินซูลินที่ทำหน้าที่ควบคุมการเผาผลาญน้ำตาลในเลือดให้กลายเป็นพลังงานและความร้อน หากตับอ่อนผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้ตามปกติปัญหาก็จะไม่เกิดแต่หากฮอร์โมนอินซูลินมีปริมาณไม่เพียงพอจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงจนถูกจนออกจากร่างกายทางปัสสาวะที่แสดงออกมาในลักษณะอาการของโรคเบาหวานนั่นเอง

โรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus) จะมีผลกระทบต่อการทำงานของระบบต่างๆในร่างกายที่สำคัญคือระบบประสาทต่างๆจะทำงานบกพร่อง การตอบสนองต่อสิ่งเร้าทำได้ช้าหรืออาจไม่มีปฏิกิริยาเลย การมองเห็นของดวงตาจะเสื่อมลงจนถึงขั้นตาบอดได้ ความรุนแรงของโรคเบาหวานนั้นหากผู้ป่วยมีน้ำตาลอยู่ในเซลล์เนื้อเยื่อของอวัยวะใดน้ำตาลก็จะกลายเป็นอาหารและเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคอย่างดี หากผู้ป่วยเบาหวานเกิดมีบาดแผลขึ้นแผลจะเกิดการติดเชื้อและลุกลามต่อไปอย่างรวดเร็วยากต่อการรักษา ที่พบเห็นได้บ่อยคือเบาหวานเป็นสาเหตุให้ไตต้องทำงานหนักขึ้นคือต้องกรองเอาน้ำตาลปริมาณมากออกจากกระแสเลือด เมื่อไตทำงานไม่ไหวน้ำตาลจึงหลุดลอดออกมาในปัสสาวะ

โรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus) มักเกิดขึ้นกับวัยกลางคนและเกิดขึ้นอย่างเงียบๆ พันธุกรรมก็เป็นสาเหตุหนึ่งของโรคเบาหวานแต่ส่วนมากพฤติกรรมการกินอาหารที่ไม่ถูกต้องคือการติดหวานเมื่อกินอาหารทุกครั้งจะต้องหวานไว้ก่อนก็เป็นสาเหตุของโรคเบาหวานเช่นกัน โรคเบาหวานเป็นจะค่อยๆคืบคลานเข้าหาคุณโดยไม่รู้ตัวดังนั้นการป้องกันโรคเบาหวานคือระวังเรื่องอาหารการกินอย่าติดหวานมากและหมั่นตรวจร่างกายเป็นประจำทุกปีเพื่อจะได้ตรวจพบโรคเบาหวานและหาทางควบคุมรักษาโรคเสียแต่เนิ่นๆ จะเป็นการดีที่สุด

เพศสัมพันธ์ในวัยเรียน (Sex in School) พฤติกรรมที่ต้องให้ความสนใจและหาทางป้องกัน

เรื่องเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน (Sex in School) เป็นเรื่องที่น่าตกใจเป็นอย่างมากเพราะปัจจุบันนี้เด็กนักเรียนจำนวนไม่น้อยที่มีความเห็นว่าการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียนเป็นเรื่องปกติธรรมดานั่นคือค่านิยมในเรื่องเพศสัมพันธ์ในวัยเรียนที่ไม่ถูกต้องกำลังเกิดขึ้นในสังคมไทย หากย้อนอดีตไปสักช่วงหนึ่งแค่เรื่องการทดลองอยู่กันก่อนแต่งของนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยก็เป็นเรื่องที่น่าห่วงมากพออยู่แล้วแต่ปัจจุบันนี้เรื่องเพศสัมพันธ์ได้ลุกลามเข้าไปในเด็กนักเรียนระดับมัธยมกันแล้วหรือว่าค่านิยมในสังคมไทยได้เปลี่ยนไปแล้วจริงๆ

การที่เรื่องเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน เป็นสิ่งที่รับไม่ได้สำหรับสังคมไทยเพราะเป็นเรื่องที่ก่อให้เกิดปัญหาตามมาอีกมากมายเพราะเด็กนักเรียนที่เป็นวัยรุ่น (Teenage) ทั้งหลายยังไม่สามารถหาเงินเลี้ยงตัวเองได้พูดง่ายๆคือยังต้องแบมือขอเงินจากพ่อแม่อยู่แล้วจะรับผิดชอบต่อปัญหาที่จะเกิดตามมาได้อย่างไร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การตั้งครรภ์ในวัยเรียนอีกทั้งปัญหาการทำแท้ง ฯลฯ คนที่ยังไม่สามารถรับผิดชอบตัวเองได้หากเจอปัญหาต่างๆที่ต่อเนื่องจากการมีเพศสัมพันธ์แล้วจะแก้ปัญหาได้อย่างไร ปัญหาเหล่านี้ก็จะลุกลามต่อเนื่องไปจนเป็นปัญหาของสังคมโดยรวม แล้วเราจะหาทางป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียนได้อย่างไร

สาเหตุของการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียนเกิดจากความอยากรู้อยากลองความคึกคะนองของเด็กวัยรุ่นที่เอาอย่างวัฒนธรรมตะวันตกเกี่ยวกับเรื่องฟรีเซ็กส์ (Free Sex) ที่แพร่เข้ามาในเมืองไทยตามสื่อต่างๆทำให้เกิดการเลียนแบบ อิทธิพลจากสื่อต่างๆทำให้เด็กวัยรุ่นเกิดการสับสนว่าการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียนเป็นการกระทำที่ไม่ผิดทั้งๆที่ยังไม่มีความรู้เรื่องเพศสัมพันธ์เลยด้วยซ้ำ เมื่อมีการเลียนแบบโดยขาดความรู้ความเข้าใจและการป้องกันตัวที่ดีพอก็ทำให้เกิดปัญหาต่างๆตามมาทั้งโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์และการทำแท้ง

สาเหตุสำคัญอีกประการหนึ่งของเพศสัมพันธ์ในวัยเรียนคือการขาดความอบอุ่นในครอบครัวอันเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่บีบรัดตัวทำให้พ่อแม่ต้องตั้งหน้าตั้งตาหาเงินโดยไม่มีเวลาใกล้ชิดอบรมสั่งสอนแนะนำให้ลูกๆมีความคิดมีค่านิยมที่ถูกต้องและมีความรับผิดชอบรู้จักคิดให้รอบคอบก่อนทำอะไร วัยรุ่นเลยหันไปให้น้ำหนักกับเพื่อนฝูงแทนหากคบเพื่อนดีก็ถือว่าโชคดีไปแต่ส่วนมากเด็กวัยรุ่นมักจะพากันคึกคะนองอยากโชว์พาว ฯ จึงทำให้เกิดการชักจูงกันไปในทางที่ผิดเพราะเอ็งไม่รู้ข้าก็ไม่รู้ก็เลยพากันลองผิดลองถูกกว่าจะรู้ก็ถลำตัวลึกเสียแล้ว

ดังนั้นการป้องกันปัญหาการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียนทำได้โดยให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องเพศสัมพันธ์แก่เด็กและที่สำคัญที่สุดคือความใกล้ชิดอบอุ่นระหว่างคนในครอบครัวจะเป็นเกราะป้องกันชั้นดีให้กับเด็กไม่ให้ทำเรื่องที่ผิดพลาด ความรักความอบอุ่นจากพ่อแม่ที่มีให้กับลูกสามารถเป็นภูมิคุ้มกันได้ทุกๆเรื่องไม่เฉพาะแต่เรื่องเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน (Sex in School)   เท่านั้น ที่สำคัญอย่าถือว่าเป็นหน้าที่หรือความรับผิดชอบของคนใดคนหนึ่งเท่านั้น  ขอให้คิดว่าเป็นหน้าที่ของทุกๆคนที่จะต้องร่วมมือกันเพื่อป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดขึ้นและทำให้สังคมไทยน่าอยู่